Uncategorized

แอตแลนติส อาณาจักรที่เสมือนเมืองแห่งเทพนิยาย

watercity

แอตแลนติส เมืองที่หายสาบสูญไปจากแผนที่แต่มีอยู่ในจารึกประวัติศาสตร์ โดยเชื่อว่าเมืองนี้คือแหล่งอารยธรรมโบราณที่เจริญก้าวหน้าอย่างสูงสุดเมื่อยุค 12,000 ปีก่อน โดยคนที่สร้างแนวความเชื่อว่าแอตแลนติสมีอยู่จริงก็คือ เพลโต นักปรัชญา แห่งกรีกโบราณผู้โด่งดังและนำว่าเป็นบุคคลสำคัญของแนวคิดตะวันตก โดยหลายฝ่ายกล่าวว่าอาณาจักรแอตแลนติส เป็นหนึ่งในทวีป ที่อยู่บนมหาสมุทรแอตแลนติก

โดยได้ชื่อทวีปมาจากบุตรของ โพไซดอน นามว่า “แอตลาส” ซึ่งมีหลักฐานยืนยันได้จากการที่นักประดาน้ำค้นพบขุมทรัพทองในบริเวณทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ภายหลังมันถูกจมลงสู่ก้นทะเลหลังจากการเคลื่อนตัวของพื้นโลกครั้งสุดท้าย โดยตามบันทึกพบว่าแอตแลนติสเจริญถึงขั้นสุด ประชากรของเมืองมากด้วยความรู้และคุณธรรม บางส่วนของเมืองสร้างด้วยทองและมีวิหารมภายในเมือง รวมถึงมีสนามแข่งม้าอีกด้วย ซึ่งตามบันทึกของเพลโต ที่ลงบันทึกไว้เมื่อราว 300 ปีช่วงก่อนคริสตกาล ช่วงที่หลัง 9,000 ปี จากยุคของแอตแลนดิส เพลโต ระบุว่ามีนักบวชชาวอียิปต์ได้นำเรื่องราวของชาวแอตแลนติสมาเผยแพร่ หลังจากได้รับเรื่องจาก โซลอน รัฐบุรุษคนหนึ่งจากกรีกช่วง 600 ปีก่อนคริสกาล

หลายคนเชื่อว่าแอตแลนติส มีชื่อเดิมว่า “เกาะสีขาวกลางมหาสมุทร” เพราะมีดินแดนล้อมรอบไปด้วยมหาสมุทรและผสมกับผืนดิน  โดยเชื่อว่าแอตแลนติสถูกห้อมล้อมไปด้วยภูเขาสูงหลังจากเปลือกโลกทำการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ส่งผลให้แกนโลกเอียงไปมาก และอยู่ระหว่างกึ่งกลางของทวีป นักบวชชาวอียิปต์ยังกล่าวต่ออีกว่า บรรดาสิ่งก่อสร้างหรือประติมากรรมชั้นเลิศอย่าง ปิรามิดหรือสโตนเฮ้นจ์ ต่างได้รับตกทอดมาจากแนวความคิดและวิธีการมาจากชาวแอตแลนติสทั้งสิ้น มันจึงเป็นมรดกสุดท้ายที่ถูกส่งต่อมาจากชาวแอตแลนติสมาจวบจนทุกวันนี้

Uncategorized

ตำนานแอตแลนติสที่ถูกกล่าวขาน

whereatlantisca

แอตแลนติสมหานครถูกจมลงสู่ก้นทะเลลึกแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แห่งมหาสมุทรแอตแลนติก โดยมีตำนานมากมายจากหลากหลายที่ รวมถึงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มาระบุถึงสาเหตุการหายไปของอาณาจักรที่มีนามว่า “แอตแลนติส” ซึ่งบางก็กล่าวว่าแอตแลนติสนั้นมีขนาดใหญ่ยิ่งกว่าทวีปยุโรปทั้งทวีปเสียอีก บ้างก็กล่าวว่าเป็นเพียงอาณาจักรที่อยู่กลางทะเล และล้อมไปด้วยภูเขา ในขณะที่บางคนต่างไม่เชื่อว่าแอตแลนติสนั้นจะมีอยู่จริง เป็นเพียงเรื่องที่ถูกเสริมเติมแต่งมาเพื่อนิยายวิทยาศาสตร์ แต่ก็มีนักปรัชญาจากยุคกรีกโบราณระบุว่า แอตแลนติสนั้นมีอยู่จริง แต่ได้ถูกจมหายลงทะเลตั้งแต่ก่อน 12,000 ปีก่อนคริสกาล

ตามตำนานกล่าวว่าแอตแลนติสได้ถูกอ้างอิงจากชื่อของบุตรแห่งท้องทะเล โพไซดอน นามว่า แอตลาส ประชากรภายในเมืองแอตแลนติสเต็มไปด้วยความรู้ ความสามารถสูงส่ง สามารถสร้างเมืองที่แข็งแรงและสวยงาม มีความเจริญก้าวหน้าว่าทวีปอื่นๆ หลายเท่าตัว สามารถผลิตกระแสไฟฟ้า ผลิตเครื่องมือสื่อสาร ตลอดจนความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์อย่าง เคมี ฟิสิกส์ โดดเด่นทางด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม ส่งผลให้สามารถถ่ายทอดความรู้ความสามารถแก่ทวีปอื่นใกล้เคียงอย่าง อียิปต์ เพื่อนำไปสร้างปิรามิด

บางตำนานเล่าว่าแอตแลนติสถูกเทพผู้สร้างเซอุส (zeus) ทำให้อาณาจักรทั้งอาณาจักรจมลงสู่พื้นมหาสมุทรเพียงชั่วข้ามคืน เนื่องจากเทพเจ้าเกิดพิโรธและโกรธชาวแอตแลนติสอย่างมาก เนื่องจากจิตใจชาวแอตแลนติสเริ่มเสื่อมโทรมต้องการไขว่คว้าอำนาจมากกว่าที่เคยเป็น ผู้ที่กล่าวถึงแอตแลนติสส่วนใหญ่คาดการว่าชาวเมืองเริ่มรู้จักพิธีกรรม ศาสนา และการบูชาพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งก็ไม่มีใครรู้ได้ว่าแท้จริงแล้วอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้สาปสูญไปได้อย่างไร เคยมีจริงๆ หรือไม่และมันอยู่บริเวณไหนของพื้นมหาสมุทร สิ่งเดียวที่เรารู้ได้คือ ตำนานของแอตแลนติสเสมือนกับเทพนิยายที่รอวันค้นพบหาหลักฐานต่อไป

Uncategorized

มหานครแอตแลนติสสาบสูญเพราะความพิโรธของเทพเจ้า

empireonatlantis

เทพพระเจ้าผู้สร้างโลก “เซอุส” zeus แห่งเทือกเขาโอลิมปัส ผู้อยู่บนวิหารโอลิมปัสได้เป็นอยู่สร้างมหานครแอตแลนติส พร้อมสร้างอารายกรรมสูงส่งและทรงคุณค่า พร้อมให้ความรู้แก่ชาวเมืองแห่งอาณาจักรดังกล่าว เรียกได้ว่าเป็นผู้สร้างอาณาจักรนี้ขึ้นมา แอตแลนติสตามตำนานกล่าวว่าถูกล้อมไปด้วยภูเขาสูง พื้นดินตั้งอยู่บนผิวทะเลบนมหาสมุทรแอตแลนติส ด้วยความรู้และความสามารถที่พระเจ้าผู้สร้างโลกมอบให้พวกเขา ทำให้พวกเขามีความเฉลียวฉลาดมากกว่าผู้อื่น

ชาวแอตแลนติสว่ากันว่ามีความรู้สูงทุกๆ ด้าน พวกเขาสามารถสร้างพลังงานไฟฟ้าเพื่อใช้กันเองได้ แถมยังสามารถสร้างปติมากรรมต่างๆ แต่ถึงอย่างไรก็ตามก็ไม่เคยมีใครค้นพบปติมากรรมและหลักฐานมายืนยันได้เลย จะมีก็เพียงจดบันทึกคำบอกเล่าของคนในยุค 9,560 ปีก่อนคริสตกาล ต่อมาภายหลังได้มีการให้การจากบันทึกของเพลโตเพิ่มเติม เพลโตระบุว่า “แปลก และจริงแท้แน่นอน” ซึ่งหลายฝ่ายเชื่อว่าเพลโตต้องการสื่อถึงคนที่จะได้อ่านในอนาคตว่าเรื่องดังกล่าวเป็นจริง และไม่ได้มีการเสริมเติมแต่งแต่อย่างใด

แล้วเหตุใดทำไมมหานครแอตแลนติสจึงลงก้นบึงของมหาสมุทธ

สาเหตุที่ผู้สร้างได้ทำการนำมหานครที่ยิ่งใหญ่นี้จมสู่ส่วนลึกสุดของมหาสมุทรแอตแลนติกเพราะเชื่อว่า ชาวเมืองเกิดความโลภ มีแต่ความเหียยดหยามเข้ามาครอบยำจนทำลายศีลธรรมที่เคยมีจนหมดสิ้น การเสื่อมศีลธรรมทำให้แอตแลนติสเป็นเพียงตำนานชั่วข้ามคืน โดยเพลโตกล่าวในบันทึกของเขาว่า “เมื่อผู้สร้างของพวกเขามองเห็นถึงความสมเพช และเผ่าพันธุ์ที่ประเสริฐเช่นนี้กำลังอยู่ในสภาพที่ไม่ควรจะเป็น” ชาวแอตแลนติสรุกรานไปทั่วพื้นที่ทั้งยุโรป เอเชีย ไม่สนว่าจะเกิดอะไรขึ้นขอแค่ได้สิ่งที่ตนเองต้องการก็พอ ทำให้พวกเขาเหล่านั้นที่กระหายอำนาจและความโลภบังตา ต้องกลับไปสู่พื้นดินและเมืองทั้งเมือง ทวีปทั้งทวีป ต้องจมสู่ใต้ท้องทะเลลึกตามกันไป

Uncategorized

นิสัยชาวเมืองแอตแลนติสเป็นเช่นไร

cityinatlantic

ไม่มีบันทึกรายงานใดๆ เคยที่ระบุว่าชาวเมืองแอตแลนติสเป็นอย่างไร มีรูปร่างหน้าตาอย่างไรบ้าง รวมถึงขนาดและลำตัว จะมีเพียงก็แค่บันทึกที่อดีตตะกาลอย่าง บันทึกจากคนเดินเรือ บันทึกจากเพลโตเพียงเท่านั้น ซึ่งน้อยเกินกว่าจะสามารถนำมากล่าวอ้างได้ เพลโต เชื่ออย่างมากว่าชาวเมืองจากอาณาจักรมีจิตใจที่ดีเยี่ยม เรียกได้ว่าเป็นผู้เจริญทั้งทางวัฒนธรรม ปัญญา และจิตใจ

เพลโต ได้รับรู้เรื่องราวมาจากนักบวชชาวอียิปต์ เพลโตยังระบุต่ออีกว่า “ชาวเมืองแอตแลนติสมิได้มีความโลภในยศศักดิ์และเงินทอง พวกเขาไม่ได้สนใจกับทรัพย์สินนอกกาย พวกเขาไม่ยอมให้สิ่งต่างๆ เหล่านั้นมาทำให้ตนเองจมลงสู่ความเมามายเหล่านั้นเลยแม้แต่นิดเดียว” และยังกล่าวสรรเสริญชาวแอตแลนติสอีกว่า “พวกเขาเหล่านั้นดูถูกเหยียดหยามทุกสิ่ง แต่ไม่ใช่กับศีลธรรม” เพลโตเชื่อว่าสิ่งเดียวที่คนจากมหานครแอตแลนติสสนใจก็คือมิตรภาพ ความยั่งยืนทางความสัมพันธ์มากกว่า

picatlantisempire

แอตแลนติสเข้าสู่ยุคเสื่อมโทรม

แต่ภายหลังเพลโตระบุในบันทึกของเขาว่าจิตใจจากคนอาณาจักรแอตแลนติสเริ่มเสื่อมโทรม แม้จะเจริญด้านอารายธรรมเพียงใดแต่จิตใจของพวกเขากับขวนขวายหาอำนาจอย่างบ้าคลั้ง จนท้ายที่สุดพวกเขากลับเป็นพวกบ้าสงครามและคอยรุกรานทวีปอื่นๆ ไปทั่ว ไม่ว่าจะเป็นทวีปยุโรป ลากยาวไปจนถึงทวีปเอเชีย ทั้งยังหวังจะปกครองอียิปต์อีกด้วย พวกเขาเรียนรู้ที่จะสร้างอาณาจักรขนาดใหญ่ปกครองชีวิตที่คิดว่าต่ำกว่าตนเอง พวกเขามีกษัตริย์ปกครองอาณาจักรถึง 10 องค์ มีทหารเป็นกองกำลังรบมากมายถึง 1 ล้าน 2 แสนคน ซึ่งเห็นได้ชัดเลยว่าแอตแลนติสมีประชากรมากมายมหาศาล และกว้างขวางยิ่งใหญ่เพียงใด

เพลโตจึงเชื่อว่าสาเหตุที่แอตแลนติสหายสาบสูญไปไม่ใช่เรื่องของการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลก แต่กลับเป็นการลงโทษจากพระเจ้าผู้สร้างพวกเขาขึ้นมา ไม่เช่นนั้นเหล่าผู้บ้าคลั่งสงครามเหล่านี้จะรุกรานไปทั่วทุกพื้นที่อย่างรุนแรง

Uncategorized

แอตแลนติสถูกพูดถึงเป็นด้านนิยาย ภาพยนตร์และการ์ตูน มากมาย

movieatlan

แอตแลนติกถูกกล่าวถึงเป็นแนวเทพนิยายมาโดยตลอด แต่ขณะเดียวกันก็มีผู้ที่เชื่อว่าแอตแลนติกไม่ใช่เป็นแค่นิยาย ซึ่งรูปร่างนครแอตแลนติสส่วนใหญ่ต่างถูกสร้างขึ้นมาตามจิตนาการของคู่คิด และในความเป็นจริงแล้วยังไม่เคยมีใครค้นพบหรือพบเห็นมหานครแอตแลนติสจริงๆ เลย แม้แต่หลักฐานด้านโครงสร้างหรือร่องรอยประติมากรรม วิหาร บ้านช่อง ต่างไม่เคยปรากฏให้เห็นเลย จะมีเพียงก็คำกล่าวอ้างในประวัติศาสตร์เท่านั้น

thebookofatlantis

1.นิยายแอตแลนติส

นิยายแอตแลนติสมีมากมายนับไม่ถ้วน รวมถึงหนังสือที่เขียนถึงทฤษฏีความเป็นไปได้ถึงการมีอยู่ของนครดังกล่าวเท่านั้น นิยายส่วนมากมักเขียนถึงความเป็นอยู่และลักษณะของตัวเมืองตามความคิดของตัวเอง รวมถึงจุดที่น่าจะเป็นพื้นที่ที่แอตแลนติสเคยอยู่ ทำให้นิยายส่วนใหญ่มักจะบอกถึงความเป็นไปได้สะส่วนใหญ่

seemovieatlantis

2.ภาพยนตร์แอตแลนติส

ภาพยนตร์แอตแลนติสส่วนใหญ่จะพูดถึงเทพต่างๆ รวมทั้งการเกิดเหตุการณ์ล่มสลายของอาณาจักร ไม่ว่าจะเป็น เหตุการณ์ผู้เข้าไฟระเบิด, เปลือกโลกเคลื่อนตัว, การถูกน้ำท่วมขนาดใหญ่จ่มลงสู่ก้นมหาสมุทร รวมทั้งการอ้างอิงเทพพระเจ้าอย่างโพไซดอน และเซอุส ในบ้างเรื่องอาจจะเล่าถึงการสำรวจมหานครแอตแลนติสใต้พื้นน้ำ เป็นต้น ที่สำคัญผู้สร้างได้ออกแบบเมืองใต้ในอดีตขึ้นมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เพื่อให้เราสามารถมองเห็นเมืองแอตแลนติสตามแบบฉบับที่น่าจะเป็นที่สุดนั่นเอง

toonatlantis

3.การ์ตูนแอสแลนติส

เมื่อพูดถึงการ์ตูนที่เกี่ยวข้องกับแอสแลนติส มักจะมีไม่กี่เรื่องที่โด่งดังแต่มีหนึ่งเรื่องชื่อ atlantis the lost empire ซึ่งเป็นการ์ตูนของ walt Disney ที่จะกล่าวถึงเรื่องราวที่เหล่าตัวละครในเรื่องไปสำรวจเมืองใต้น้ำอย่างแอตแลนติส

ต้องยอมรับเลยว่ามหานครแอตแลนติสเมืองที่สาปสูบไปแล้ว สามารถสร้างประวัติศาสตร์และความน่าสนใจให้แก่คนรุ่นหลังได้สืบหาต่อไปอีกนานเท่านาน